ข้อควรคิด ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านและคอนโด มือ 2

บ้านหรือคอนโด คืออสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ซึ่งเราจะต้องอยู่กับมันไปอีกนานแสนนาน เพราะฉะนั้นในการตัดสินใจเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะมือ 2  ต้องเลือกสิ่งดีตอบสนองต่อความต้องการของเรามากที่สุด ที่อยู่อาศัยมือ 2 เป็นอีกทางเลือกอันน่าสนใจสำหรับคนอยากมี บ้าน เป็นของตัวเอง โดยต้องตั้งอยู่ในทำเลโอเค และมีราคาไม่สูงมาก แต่ก่อนจะตัดสินใจใดๆ ควรตรวจสอบให้ละเอียดและถี่ถ้วน เนื่องจากเป็นการซื้อต่อจากคนอื่นอีกที ถ้าคุณเลือกอย่างดีที่สุดแล้ว คุณก็จะได้บ้านคุณภาพดี ถูกใจ โดยมีราคาสมเหตุสมผล

เลือกทำเลอย่างไรให้ถูกใจ

  • สามารถเดินทางสะดวก คล่องตัว
  • มีทางเข้าออกหลายช่องทาง รวมทั้งมีระบบขนส่งรองรับหลายรูปแบบ เช่น วินมอเตอร์ไซต์ , รถไฟฟ้า BTS , รถเมล์เป็นต้น
  • พยายามหลีกเลี่ยงบ้านในซอยตัน รวมทั้งไม่มีที่กลับรถ
  • พยายามหลีกเลี่ยงบ้านบนถนนเส้นหลัก เพราะต้องมีรถผ่านไปผ่านมาบ่อยอย่างแน่นอน และก็จะเสียงดังรบกวนการพักผ่อน
  • ควรเลือกบ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ่อบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งจุดทิ้งขยะด้วย
  • โครงสร้างของบ้านจะต้องแข็งแรง ไม่มีรอยร้าว ไม่มีการทรุดตัว
  • ถ้าหากคุณสนใจบ้านมีมูลค่าสูง ควรพาวิศวกร , ผู้รับเหมา , ผู้จัดสวนเข้าไปช่วยตีราคาด้วย
  • สำรวจสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้าน รวมถึงเพื่อนบ้าน

ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ด้วยความรอบคอบ ถี่ถ้วน

เมื่อเลือกที่อยู่อาศัยได้ตรงใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือตรวจสอบผู้ถือกรรมสิทธิ์ , สถานะของที่อยู่อาศัย รวมทั้งรายละเอียดต่างๆซึ่งเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ดังต่อไปนี้

  • ให้ตรวจสอบว่าผู้ที่ขายบ้านให้เรานั้น เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายจริงไหม ถ้าในกรณีที่มีการมอบหมายอำนาจให้ตัวแทนหรือนายหน้าขายให้แทนก็ต้องมีหนังสือมอบหมายอย่างถูกต้องทุกประการด้วย
  • ควรตรวจสอบว่าบ้านหรือคอนโดมือ 2 ดังกล่าว ติดภาระอะไรบ้าง เช่นการจำนอง , ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคารไหน ถ้ามีก็ให้ทำการตรวจสอบต่อว่า มีการค้างค่างวดอะไรไหม เพราะตามปกติแล้วการซื้อบ้านติดจำนอง จะต้องผ่านการไถ่ถอนจำนองมาก่อน ถึงสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กันได้ โดยขั้นตอนเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพูดคุยรายละเอียดกันตั้งแต่ตอนแรก
  • ในกรณีที่เป็นคอนโด คุณต้องขอดูเอกสารจดทะเบียนคอนโด , นิติบุคคลคอนโด และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมทั้งรายการทรัพย์สิน , ค่าส่วนกลาง , ค่าบริการต่าง ๆ ต้องถามอย่างละเอียดยิบ
  • อย่าลืมตรวจสอบการค้างชำระค่าใช้จ่ายต่างๆเช่น ค่าน้ำ , ค่าไฟ , ค่าโทรศัพท์ เนื่องจากหากโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วผู้ซื้อบ้านหรือคอนโด จะต้องรับผิดชอบถ้าเกิดมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้คิดค้างอยู่
  • ควรตกลงกันก่อนว่าค่าธรรมเนียมสำหรับโอนกรรมสิทธิ์ , ค่าภาษี , ค่าอากรแสตมป์ ใครจะจ่าย หรือช่วยกันออกคนละครึ่ง