ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในประเทศไทยมีอะไรบ้าง

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในประเทศไทยมีมากมายหลายธุรกิจด้วยกัน แต่บทความนี้ ขอยกตัวอย่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ผู้คนให้ความสนใจกันมาก มีอะไรบ้างนั้นมาชมกันเลยค่ะ

  1. บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

เจ้าแห่งคอนโดมิเนียมเมือง ผู้ให้ความสำคัญเรื่องการบริการหลังการขาย เป็นอันดับ1  ข้อดีคือไม่แข่งขันกับคู่แข่งรายอื่น เช่น ต้องใช้วัสดุหรูหราหรือทำเลดีติดรถไฟฟ้า  แต่สิ่งที่แอล.พี.เอ็นทำคือ มุ่งเน้นไปยังการบริการหลังการขาย ให้ผู้ซื้อเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ และจัดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า  แอล.พี.เอ็นจึงใช้กลยุทธ์ ชุมชนน่าอยู่ มาเป็นจุดขายเพื่อท้าชนกับคู่แข่ง นอกจากนี้ยังช่วยแก้ภาพลักษณ์ให้กับบรรดาคอนโด ของแอล.พี.เอ็น.ฯ ในเรื่องของความเป็นโครงการขนาดใหญ่ จำนวนห้องชุดขนาดมหาศาล อาจสร้างความอึดอัดให้แก่ผู้อยู่อาศัย ด้วยกลยุทธ์แบบใหม่นี้เอง จึงให้ผู้ซื้อหลายรายไว้ใจซื้อห้องชุดกับแอล.พี.เอ็น เพราะมีความเชื่อมั่นว่า จะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมดีๆ และนิติบุคคลดีมีมาตรฐาน พร้อมกับบริการฝากขาย-ปล่อยเช่าเบ็ดเสร็จทีเดียว

  1. บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

ถึงแม้จะเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่นาน แต่อนันดาก็มียอดขายไม่ได้แพ้รายอื่นๆ ด้วยจุดขายอันโดดเด่นคือ

มุ่งพัฒนาโครงการติดแนวรถไฟฟ้าBTS โดยเน้นคนทำงานเป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีการขยายตัวของรถไฟฟ้าออกไปมาก และความต้องการคอนโด ติดรถไฟฟ้าก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ชีวิต ด้วยการอยู่อาศัยแบบ Compact คือ พื้นที่ห้องอาจจะเล็กแค่ 22-24 ตร.ม. แต่ด้วยการออกแบบ รวมถึงการจัดวางอย่าลงตัว ทำให้รู้สึกว่าเหมือนอยู่ในห้องใหญ่ ปัจจุบันอนันดามีโครงการกว่า 21 โครงการที่ติดแนวรถไฟฟ้า และแผนในอนาคตที่จะซื้อที่ดินบริเวณติดแนวรถไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ความเป็นผู้นำแนวรถไฟฟ้านั่นเอง

  1. บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

ยืนหยัดด้วยจุดแข็งอันมั่นคง คือ ขายถูกกว่าคู่แข่ง ยึดลูกค้าระดับกลาง รวมทั้ง การออกแบบที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานจริง เป็นหลัก โดยการออกแบบของศุภาลัยจะไม่มีลูกเล่นหวือหวาโฉบเฉี่ยว แต่เน้นไปที่ความเรียบง่ายในการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบส่วนกลางหรือการตกแต่งภายใน ทำให้การออกแบบภายในดูกว้างขวางและอยู่สบายไม่อึดอัด  ไม่เน้นการแตกแบรนด์ใหม่เพื่อให้ตรงกับผู้บริโภค ยืนหยัดในความเชื่อมั่นของตนเองอย่างไม่เกรงกลัวคู่แข่งทั้งหลาย กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มวัยกลางคน วันทำงาน มากกว่ากลุ่มวัยรุ่น